การใช้จุลินทรีย์เสริมชีวนะ(โปรไบโอติก)ในอาหารสัตว์


สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเยี่ยมเยือนเพื่อนฟาร์ม หน้าฝนปีนี้ก็มาถึงแล้วนะครับ อากาศเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อย ๆ คงต้องเตรียมรับมือกับอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาด้วยนะครับ ฉบับนี้มีเรื่องของการใช้จุลินทรีย์เสริมชีวนะ (โปรไบโอติก) ในอาหารสัตว์ มานำเสนอครับ หลายท่านคงเคยสงสัยว่าจุลินทรีย์เสริมชีวนะคืออะไร เกี่ยวข้องกับอาหารสัตว์และสัตว์อย่างไร มีประโยชน์อย่างไรซึ่งก็จะได้รู้กันในฉบับนี้นะครับ และหากเพื่อน ๆ ชาวเยี่ยมเยือนเพื่อนฟาร์มต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องใด ก็สามารถแนะนำมาได้ ทีมงานจะพยายามจัดหามาให้ครับ..



การใช้จุลินทรีย์เสริมชีวนะ(โปรไบโอติก)ในอาหารสัตว์

จุลินทรีย์เสริมชีวนะหมายถึง จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ซึ่งเมื่อสัตว์ได้รับแล้วจะช่วยปรับปรุงคุณสมบัติ และสมดุลจุลินทรีย์ในทางเดินอาหารให้เหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อสัตว์เพิ่มขึ้น หรือหมายถึงจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์เมื่อสัตว์กินเข้าไปแล้ว จะมีผลในการลดจุลินทรีย์ที่เป็นโทษ และเพิ่มจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในทางเดินอาหาร ทำให้สัตว์เติบโตและให้ผลผลิตดีขึ้น



แนวคิดของโปรไบโอติก

ในทางเดินอาหารของสัตว์แรกเกิดจะไม่มีหรือมีจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหารน้อยมาก แต่การที่สัตว์ได้สัมผัสกับจุลินทรีย์สิ่งแวดล้อม อาหาร สิ่งปูรองนอน มูลสัตว์ ก็จะทำให้สัตว์ได้รับจุลินทรีย์ชนิดต่างๆเข้าไปในทางเดินอาหาร ซึ่งจุลินทรีย์เหล่านี้จะเจริญเติบโตต่อไปในระบบทางเดินอาหาร โดยจุลินทรีย์ชนิดต่างๆที่อยู่ในระบบทางเดินอาหารจะดำเนินกิจกรรมเพื่อการเติบโตและเพิ่มปริมาณ โดยใช้สารอาหารที่สัตว์กินเข้าไป และมีการสร้างผลผลิตจำเพาะของจุลินทรีย์แต่ละชนิดออกมา โดยชนิดของจุลินทรีย์ สัดส่วนของจุลินทรีย์แต่ละชนิด รวมทั้งผลผลิตที่สร้างขึ้นมา จะมีผลต่อจุลินทรีย์ชนิดอื่นๆ และผลต่อตัวสัตว์ ซึ่งอาจจะมีทั้งประโยชน์และโทษ

โดยปกติจุลินทรีย์ที่นำมาใช้เป็นโปรไบโอติกเป็นจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในทางเดินอาหาร แต่ในการเลี้ยงสัตว์จะมีปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่หลายประการ เช่น ความเครียด การให้ยา อาหาร การขนย้าย ซึ่งล้วนแต่ส่งผลทำให้จุลินทรีย์ที่อยู่ในทางเดินอาหารเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ อาจทำให้จุลินทรีย์ที่ก่อโทษเพิ่มจำนวนขึ้น และลดจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ลง ส่งผลให้สัตว์เติบโตช้าลง กินอาหารลดลง ท้องร่วงหรือภูมิคุ้มกันลดต่ำลง ดังนั้นจึงเกิดแนวคิดในการนำจุลินทรีย์ที่อยู่ในระบบทางเดินอาหารเหล่านั้นมาควบคุมสภาพภายในระบบทางเดินอาหารให้เป็นไปตามปกติ

จุลินทรีย์ส่วนใหญ่ที่ใช้เป็นโปรไบโอติกจะเป็นแบคทีเรียที่ผลิตกรดแลคติก ซึ่งกรดที่สร้างขึ้นถ้ามีเพียงพอ จะทำให้เกิดผลดีต่อสมรรถนะ การผลิตและสุขภาพสัตว์ โดยจุลินทรีย์ จะมีบทบาทต่อไปนี้

1. ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของจุลินทรีย์ที่ก่อโทษ โดยการแย่งพื้นที่ในการเกาะหรือแย่งสารอาหาร หรือทำให้สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อจุลินทรีย์ที่ก่อโรค

2. ผลิตสารต้านการเติบโตและยึดเกาะของจุลินทรีย์ที่ก่อโทษ

3. ผลิตสารที่มีผลในการทำลายสารพิษในอาหารหรือที่จุลินทรีย์ที่ก่อโทษสร้างขึ้น

4. กระตุ้นให้เกิดภูมิต้านทานโรคของสัตว์

5. ผลิตเอนไซม์ช่วยย่อยอาหาร

  กลไกการทำงานของโปรไบโอติก


1. แย่งที่ยึดเกาะกับจุลินทรีย์ก่อโรคบนเยื่อบุทางเดินอาหาร
โดยปกติแล้วโปรไบโอติกเป็นจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในระบบทางเดินอาหารอยู่แล้ว โดยจุลินทรีย์เหล่านี้มีความสามารถในการต่อต้านการยึดเกาะของจุลินทรีย์ก่อโรคที่สัตว์ได้รับเข้ามาใหม่ โดยกระบวนการแก่งแย่งเพื่อขจัดออก (Competitive Exclusion) นอกจากนี้จุลินทรีย์ยังผลิตสารที่เป็นพิษต่อจุลินทรีย์ก่อโรคที่สัตว์รับเข้าไป

2. แย่งสารอาหารกับจุลินทรีย์ที่ก่อโรค

เชื่อว่ากลไกการยับยั้งไม่ให้เชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรคไม่ให้เพิ่มจำนวนภายในระบบทางเดินอาหาร เกิดขึ้นโดยการแย่งที่ยึดเกาะบนเยื่อบุทางเดินอาหารเพียงอย่างเดียว แต่จุลินทรีย์น่าจะแย่งอาหารในบริเวณที่ยึดเกาะไม่ให้เหลือพอที่จุลินทรีย์ที่ก่อโรคใช้เป็นอาหารในการเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวน

3. ผลิตสารต้านการเจริญเติบโตต่อเชื้อจุลินทรีย์ชนิดอื่นๆ

สารต้านจุลินทรีย์ที่โปรไบโอติกสร้างขึ้นเพื่อต่อต้านจุลินทรีย์ที่ก่อโรคมีอยู่หลายชนิด เช่น Bateriocins, Bacteriocin like substances และสารยับยั้งอื่นๆเช่น ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ และกรดบางชนิด

4. กระตุ้นให้เกิดภูมิคุ้มกันโรคของสัตว์

โปรไบโอติกกระตุ้นภูมิต้านทานโรคได้โดย
- กระตุ้นการทำงานของเซลล์ที่เก็บกินสิ่งแปลกปลอม
- กระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดพึ่งพาเซลล์
- กระตุ้นการทำงานของ Secretory immune system โดยการหลั่ง Antibody เช่น IgA มาจับกับเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคไม่ให้เกาะกับเยื่อบุทางเดินอาหาร
5. สร้างน้ำย่อย ช่วยในการย่อยอาหาร เช่น Amylase, Protease & Lipase

6. สร้างวิตามินหรือสารอาหารบางประการ เช่น Vitamin B3, Vitamin B5, Vitamin B6, VitaminB12, Folic acid, Biotin (vitamin H), Vitamin K

7. สร้างสารต่อต้านสารพิษ

8. ช่วยเปลี่ยนสารอาหารบางประเภท(โดยการหมัก)ในอาหาร

นอกจากที่กล่าวข้างต้นแล้ว บางครั้งยังมีการคัดสายพันธุ์ของจุลินทรีย์ที่จะนำมาใช้เป็นโปรไบโอติกเป็นพิเศษ เช่นมีคุณสมบัติช่วยลดกลิ่นเหม็นจากมูลสัตว์โดยช่วยย่อย volatile fatty acid และ แอมโมเนีย

ถ้าปริมาณและชนิดของจุลินทรีย์ที่อยู่ในระบบทางเดินอาหารเหมาะสม จะช่วยให้การย่อยอาหารและการดูดซึมจะเป็นไปอย่างปกติ
เชื้อจุลินทรีย์ที่นำมาใช้ส่วนใหญ่จะเป็นเชื้อที่พบในสัตว์ชนิดนั้นๆ แต่ก็มีจุลินทรีย์ที่เพาะเลี้ยงในห้องทดลอง สามารถที่จะเจริญเติบโตได้ในสัตว์หลายๆชนิด จุลินทรีย์ที่นำมาใช้ตามปกติจะประกอบไปด้วย

จุลินทรีย์หลายๆชนิดผสมกัน อาจอยู่ในรูปผง แกรนูล หรือของเหลวก็ได้ โดยสามารถให้สัตว์กินโดยตรง ผสมน้ำ หรือเติมในอาหาร ซึ่งการเติมในอาหารจะเป็นวิธีการที่แพร่หลายที่


  คุณสมบัติที่ดีของจุลินทรีย์เสริมชีวนะที่ดีประกอบไปด้วย
1. เป็นจุลินทรีย์ที่มีชีวิต เพิ่มจำนวนได้มากและเร็ว
2. ไม่เป็นสายพันธุ์ที่ก่อโรค ไม่ก่อให้เกิดการกลายสายพันธุ์ และการดื้อยา
3. เป็นสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสัตว์ เช่นเพิ่มการเจริญเติบโต ฯลฯ
4. สามารถมีชีวิตอยู่รอดและทำงานได้ดีในระบบทางเดินอาหาร
5. มีความคงทนและสามารถรอดชีวิตได้ในการเก็บรักษา

          บริษัทออคต้า เมมโมเรียล ก็ได้มีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่อยู่ในกลุ่มของจุลินทรีย์เสริมชีวนะหรือโปรไบโอติกนั้นเอง เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อว่า MicroSource®“S”
          MicroSource®“S” คือ จุลินทรีย์เสริมชีวนะที่ทนต่อความร้อน ผ่านการคัดสรร ด้านประสิทธิภาพในการกำจัดของเสีย และช่วยเพิ่มผลผลิต เร่งการเจริญเติบโต แบคทีเรียที่ใช้ในการผลิต MicroSource®“S” จะประกอบไปด้วย Bacillus licheniformis และ Bacillus subtilis ที่อยู่ในรูป สปอร์ จึงทนต่อความร้อน กรด และทนต่อการอัดเม็ด

ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้เป็นโปรไบโอติกที่เติมลงในอาหาร มีคุณสมบัติคือ

- ช่วยลดกลิ่นเหม็นในฟาร์มสุกรที่มีสาเหตุมาจาก แอมโมเนีย และ Volatile Fatty Acid โดยช่วยในขบวนการย่อยสลายของเสียตั้งแต่พื้นคอกจนถึงบ่อบำบัด

- ให้ปริมาณของกากในบ่อบำบัดลดลง บ่อเต็มช้าขึ้น

- นอกจากนี้ยังทำให้ลักษณะของมูลมีความเหนียวน้อยลง การล้างทำได้สะดวกยิ่งขึ้น ช่วยให้ประหยัดเวลา ประหยัดแรงงานและน้ำในการล้างทำความสะอาด

- เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสุกร ทำให้อัตราแลกเนื้อดีขึ้น ลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ และอัตราการเจริญเติบโตสุกรเพิ่มขึ้น

อัตราการใช้ : ที่ระดับ 500 กรัมต่อตันอาหารสัตว์

การเก็บรักษา : เก็บในสถานที่แห้ง และเย็น

ขนาดบรรจุ : ถุง 25 กก.

เลขทะเบียน : 02 04 46 0638

 

 กองบรรณาธิการ : น.สพ.ฟูศักดิ์ จิรนิธิสกุล, น.สพ.พิรุณศักดิ์ ศริพันธุ์, สพ.ญ.สุพัตรา จิตนิยม
 ที่ปรึกษา : น.สพ.วิโรจน์ จูรานุกูล, คุณดิเรก ศรีเชวงทรัพย์, น.สพ.สักการ สุวรรณเสนีย์

ข่าวย้อนหลัง :
  Copyright © Octa Memorial Co., Ltd.  All right reserved.